NETBAY หุ้นนวัตกรรม Thailand 4.0

ทำความรู้จัก NETBAY

               จุดเริ่มต้นของ NETBAY เริ่มต้นขึ้นในปี 2547 ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็น Startup ในยุคแรกๆ เลยก็ได้ว่า เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการดำเนินธุรกรรมออนไลน์ (e-Business) ภายใต้แนวคิดในการให้บริการเสมือน “ไปรษณีย์กลาง” หรือ Gateway โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างองค์กรเอกชนกับองค์กรภาครัฐ
               NETBAY เป็นบริษัท IT Startup มาประมาณ 10 ปีได้แล้ว และเป็นหุ้น Startup ตัวแรกที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ บนเส้นทางเก็บประสบการณ์มามากกว่า 12 ปี
               ธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิตอล (Digital Economy) ของประเทศไทยเรา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดมากถึง 8 พันล้าน ด้วยพนักงานเพียง 90 กว่าคน อะไรกันทำให้ราคาหุ้น NETBAY จาก IPO เพียง 4 บาท จนบัดนี้ได้ขึ้นทะยานมาถึง 40 บาทได้…

NETBAY ทำธุรกิจอะไร?

              NETBAY ทำธุรกิจการให้บริการธุรกรรมออนไลน์ (e-Business) โดยให้บริการลูกค้าในรูปแบบการให้บริการ (SaaS: Software as a Service) คือ จะไม่มีการเก็บค่า Software หรือ License แต่จะคิดค่าใช้บริการ โดยการคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งาน (Transaction Base) ซึ่งด้วยลักษณะโมเดลธุรกิจเช่นนี้เอง ทำให้เขามีความแตกต่างกับคู่แข่งได้ โดยให้บริการอย่างครบวงจรระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ (B2G) ระหว่างภาคธุรกิจและภาคธุรกิจ (B2B) และระหว่างภาคเอกชนและประชาชนหรือผู้บริโภค (B2C)

              สิ่งที่ NETBAY ทำนั้น ก็คือ การพัฒนา Platform ด้าน Digital Business Technology Platform ขึ้น โดยที่เน้นการเชื่อมโยงข้อมูล รับส่ง และแลกเปลี่ยน ซึ่งมีชื่อระบบว่า Omni Channel Connectivity Gateway (โดยการเป็นตัวกลางที่ใช้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (B2G) และภาคธุรกิจ (B2B) และภาคประชาชน B2C)) ซึ่ง Platform นี้เองเป็นรากฐานธุรกิจของเขา โดยแบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. กลุ่มธุรกิจบริการ e-Trade Finance Supply Chain (เดิมชื่อ e-Logistics Trading)
                  เป็นการให้บริการหลักที่เกี่ยวข้องกับพิธีการกรมศุลกากรทางอินเตอร์เน็ต (ปกติการทำธุรกรรม นำเข้า ส่งออกนั้นจะต้องใช้เอกสาร (paper) แต่ทาง NETBAY ได้ออกแบบ platform มาช่วยเป็นตัวกลางให้ผู้ประกอบการสามารถส่งผ่านอินเตอร์เน็ตแทนการยื่นแบบเอกสาร หรือเป็นการเปลี่ยนธุรกรรมจากที่เป็น manual (Paper) มาเป็น digital (Paperless) ) ซึ่งให้บริการครอบคลุมทุกกระบวนการตั้งแต่ธุรกรรมนำเข้า และส่งออก
                  โดยธุรกิจนี้เป็นแรกเริ่มตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เป็นฐานการให้บริการในกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่ตามมา ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการอยู่ที่เป็น 1,000 ราย และเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ และเป็นรายได้หลักให้แก่ NETBAY ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มนำเข้า ส่งออก
  2. กลุ่มธุรกิจบริการ e-Business Services
                  เป็นธุรกิจที่เกิดมาภายหลัง และต่อเนื่องจากธุรกิจที่ 1 โดยมีลักษณะเป็น platform เหมือนกับ e-Trade Finance Supply Chain แต่ทำในอุตสาหกรรมการเงินแทน คือ เป็นการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารในประเทศ ต่างชาติ กลุ่มสถาบันการเงิน บลจ ไฟแนนซ์ ประกันชีวิต เป็นต้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็น สถาบันการเงิน
  3. กลุ่มธุรกิจ Projects และอื่น ๆ
                  เป็นการพัฒนาระบบงานสารสนเทศภายในให้แก่ลูกค้าหรือหน่วยงานนั้น ๆ ในรูปแบบของโครงการเฉพาะ (Projects)โดยสรุปก็คือ การทำธุรกิจของ NETBAY ส่วนใหญ่จะเป็นการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับภาครัฐมี 2 หน่วยงานหลักๆ คือ กรมศุลกากร และ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)

โมเดลธุรกิจ

             ธุรกิจ NETBAY มีโมเดลธุรกิจที่ชัด คือ เป็นการลงทุนใน software (เป็นเจ้าของเอง หรือเช่าก็ได้) จากนั้นก็นำ software นั้นมาให้บริการเป็น Services Software เพื่อสร้างเป็น platform มาแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า โดย NETBAY เอง จะได้ผลตอบแทน จากการเก็บค่าบริการต่อรายการธุรกรรม (Per Transaction) จ่ายตามการใช้งาน เช่น ครั้งหนึ่งก็จ่าย 10 บาท 20 บาท เป็นต้น แต่ไม่เกิน 50 บาท หรือในรูปแบบรายเดือน (Monthly Fee) ดังนั้น ธุรกิจของ NETBAY จะไม่มีโรงงาน เครื่องจักร สินค้า วัตถุดิบ ไม่มี stock จะมีต้นทุนหลักก็คือ เรื่องของบุคลากร
             โดย NETBAY ทำตัวเหมืนอเป็นบุรุษไปรษณีย์ที่ทำคอยทำหน้าที่รับ และส่งต่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีตั้งแต่ต้นน้ำ ถึง ปลายน้ำ คือ
             ตั้งแต่ต้นน้ำ : (ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ องค์กรเอกชน)
             กลางน้ำ : (NETBAY – ระบบ Omni Channel Connectivity Gateway)
             ปลายน้ำ : (หน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งสถาบันทางการเงิน, บริษัทประกันภัย, หน่วยงานภาครัฐ และอื่น ๆ)
             ซึ่งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ นี้ จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Value Chain หรือ ห่วงโซ่ของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ทุกฝ่ายสามารถใช้งานเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง มีต้นทุนที่ต่ำลง นั้น หมายความว่า โมเดลธุรกิจของ NETBAY คือ การเข้ามาแก้ปัญหา ลดต้นทุน ลดระยะเวลาให้สั้นลง แก่กลุ่มลูกค้า โดยการเปลี่ยนจากธุรกรรมที่เป็น Manual มาเป็น Digital

สัดส่วนรายได้

             แรกเริ่มเดิมทีรายได้ของ NETBAY จะมีรายได้หลักๆ มาจาก กลุ่มธุรกิจบริการ e-Trade Finance Supply Chain เกือบจะ 90% เลยก็ว่าได้ แต่ตอนหลังที่เขาได้เพิ่มธุรกิจตัวที่ 2 มา ก็คือ กลุ่มธุรกิจบริการ e-Business Services สัดส่วนรายได้ของธุรกิจนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2559 สัดส่วนรายได้ของ NETBAY แบ่งเป็นดังนี้ คือ

  1. กลุ่มธุรกิจบริการ e-Trade Finance Supply Chain มีสัดส่วนรายได้ 60%
  2. กลุ่มธุรกิจบริการ e-Business Services มีสัดส่วนรายได้ 32%
  3. กลุ่มธุรกิจ Projects และอื่น ๆ มีสัดส่วนรายได้ 8%

             ซึ่งรายได้ของเขาไม่ได้มาจากภาครัฐนะครับ รายได้ 100% มาจากการทำธุรกรรมของลูกค้าเอกชนนั้นเอง

จุดเด่น

  • คู่แข่งเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากเป็นระบบงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจเฉพาะ และที่สำคัญคือ การมีนวัตกรรม ที่มาจากการสะสมประสบการณ์มายาวนาน
  • คนไทยยังไม่ชำนาญบริษัทในลักษณะ Startup แบบนี้ ทำให้องค์กความรู้ยังมีจำกัด ทำให้ผู้เล่นยังมีน้อยราย
  • บริษัทมีรายได้สม่ำเสมอ เนื่องจากมีทำธุรกิจด้าน digital service ให้แก่กรมศุลกากร
  • ถึงแม้เศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจของ NETBAY ก็ยังเติบโตเพราะ กลุ่มลูกค้าต่าง ๆ พยายามหันกลับมาดูตัวเอง พัฒนาระบบ IT มาใช้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องการหนีจากต้นทุนที่สูง ด้วยการมาเน้นใช้เทคโนโลยีแทน
  • เกาะไปกับกระแส Digital Economy ที่รัฐบาลต้องปรับตัวเองให้ธุรกรรมต่าง ๆ ไปเป็น Digital ทั้งหมด ดังนั้น จะเห็นได้ว่าทั้งภาครัฐ และเอกชน พยายามปรับตัวสู่ยุค Digital
  • ควบคุมต้นทุนดีมาก เพราะค่าใช้จ่ายหลัก มีแค่ค่าใช้จ่ายพนักงาน ซึ่งมีเพียงแค่ 90 กว่าคนเท่านั้น

โอกาสการเติบโต

             การเติบโตหลักๆ ของ NETBAY จะมาจากแนวโน้มที่ภาครัฐ และเอกชนต้องปรับไปเป็น Digital มากขึ้น ดังนั้น เมื่อรัฐมีแนวโน้มมาจากภาครัฐ และภาคเอกชนที่พยายามนำระบบ Digital มาใช้ให้มากขึ้น ก็จะเกิดความต้องการด้าน Service ใหม่ ๆ เกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสของ NETBAY ที่จะสร้าง Service ใหม่ ๆ มาตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนได้
             ดังนั้น สิ่งที่ NETBAY ต้องทำก็คือ การขยาย Digital Business Technology Platform ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า และการให้บริการทำธุรกรรมรูปแบบใหม่
             จากสถิติ การเติบโต NETBAY ทำได้มาตลอดประมาณ 20% ซึ่งผู้บริหารบอกไว้ว่า จะพยายามรักษาการเติบโตไว้ไม่ต่ำกว่า 20%

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เนื่องจาก NETBAY อยู่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องเรื่องของเทคโนโลยี ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ ถ้าทาง NETBAY ไม่สามารถติดตาม วิเคราะห์ให้เท่าทัน ก็เกิดเป็นความเสี่ยงได้
  • ความเสี่ยงการบริหารจัดการคน เพราะธุรกิจของ NETBAY ไม่มีโรงงาน เครื่องจักร สินค้า วัตถุดิบ ไม่มี stock ดังนั้น ต้นทุนหลักเป็นเรื่องของบุคลากร
  • ความเสี่ยงกับการไม่มีสัมปทาน ทำให้ Barrier to entry ไม่แข็งแกร่ง เป็นตลาดแข่งเสรีทั้งหมด แต่ปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งรายใหญ่มาเล่น
  • ความเสี่ยงจากรายได้เกือบทั้งหมดพึ่งพิงกฎเกณฑ์ภาครัฐ ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ ก็อาจจะส่งผลกระทบ

สรุป

             เมื่อพูดถึงด้านพื้นฐานของ NETBAY จัดว่าเป็นธุรกิจที่มีกำไรสุทธิที่อยู่ในระดับดีมาก และส่วนของหนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่เมื่อมองถึงความถูกแพงของหุ้น ต้องบอกว่า ในแง่ของราคา ไม่แน่ใจว่าแพงไปหรือไม่ กับระดับ P/E ที่ 70 เท่า
             ดังนั้น แม้ภาพโดยรวมของ NETBAY จะถือว่าโดดเด่น โดยเฉพาะบริษัทยังมีขนาดเล็ก จึงมีช่องให้ Growth อีกมาก ลักษณะธุรกิจที่มาแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า และยังได้รับอานิสงค์จากนโยบายภาครัฐ Thailand 4.0 อีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับนักลงทุน ถึงบริษัทจะดีแค่ไหน แต่ราคาแพงเกินไป ก็มักจะเป็นการลงทุนที่ไม่ดีนัก

Comments

comments

About

นพ.อนันต์ ข้อมงคลอุดม

You may also like...

Comments are closed.